ARTICLE

Solis S6 + Home Assistant: ออกแบบ Solar Surplus EV Charging ให้ควบคุมได้จริง.

แนวทางออกแบบระบบ Solis S6 Hybrid ร่วมกับ Home Assistant เพื่ออ่านพลังงานส่วนเกินและควบคุม EV Charger โดยแยกข้อมูล Inverter, Meter, Automation และ Charger ออกจากกันอย่างปลอดภัย

Home AssistantSolarEnergyAutomationโดย Thospaakเผยแพร่ 24 ม.ค. 2569อัปเดต 10 ต.ค. 2569

Solar Surplus EV Charging ไม่ควรเริ่มจากการสั่ง Charger โดยตรง แต่ควรเริ่มจากการวัดทิศทางพลังงานที่จุดเชื่อมต่อกับ Grid ให้เชื่อถือได้ก่อน แล้วค่อยให้ Home Assistant คำนวณกำลังส่วนเกินและส่งคำสั่งไปยัง Charger ผ่าน interface ที่อุปกรณ์รุ่นนั้นรองรับจริง บทความนี้จึงแยก ข้อมูลจาก Inverter/Meter, หลักการ Energy Management และ การควบคุม Charger ออกจากกัน เพื่อไม่ให้วิธีของอุปกรณ์รุ่นหนึ่งถูกนำไปใช้กับทุกระบบ หากต้องการ architecture กลางที่รวม TOU, site limit, departure deadline และ fail-safe ให้เริ่มที่ EV Smart Charging ก่อน แล้วใช้หน้านี้เป็น implementation example ของ Solis + Home Assistant

Architecture ก่อน Automation

ระบบ Solar Surplus Charging ที่ดูแลต่อได้ควรคิดเป็นลำดับ:

Solis Inverter + Meter
         ↓
  Energy / Grid data
         ↓
    Home Assistant
         ↓
 Surplus calculation
         ↓
 Charging controller
         ↓
      EV Charger

หัวใจคือ Home Assistant ต้องรู้ก่อนว่า ณ ขณะนั้นบ้านกำลัง Import หรือ Export เท่าไร แล้วค่อยปรับ Charger ตามกำลังส่วนเกิน ไม่ใช่สั่ง Charger จากค่ากำลัง PV เพียงตัวเดียว

Solis S6: ใช้ข้อมูลรุ่นให้ตรง

Solis มี S6 Hybrid หลายตระกูลและหลาย Region จึงควรยึด Model code และ Manual revision ของเครื่องที่ติดตั้งจริง ปัจจุบันหน้า Global/Thailand ของตระกูล S6-EH3P low-voltage ยังแยกหลายช่วงกำลังและมี Manual revision แยกตามตระกูล เช่น S6-EH3P(7-10)K02-LV-YD-L และ S6-EH3P(10-18)K02-NV-YD-L ดังนั้นบทความนี้จะไม่ใช้สเปก Battery, Backup หรือ Register ของรุ่นใดรุ่นหนึ่งเป็นข้อเท็จจริงของ S6 ทั้งหมด

แหล่งอ้างอิงปัจจุบัน:

อ่าน Grid ก่อนคำนวณ Surplus

แนวทางทั่วไปที่ปลอดภัยกว่าคือใช้ Meter/Grid sensor เป็น feedback หลัก:

  • Grid Import > 0 หมายถึงระบบกำลังดึงไฟจากภายนอก
  • Grid Export > 0 หมายถึงมีพลังงานไหลออกจากบ้านตาม convention ของ Integration นั้น
  • ต้องยืนยัน sign convention ของ Sensor ก่อน เพราะบาง Integration ใช้ค่าบวก/ลบกลับกัน

สูตรตัวอย่างเชิงแนวคิด:

available_surplus = measured_export - reserve_margin

ไม่ควร copy Register หรือ Entity name จากบทความเก่าไปใช้ทันที เพราะ Scale, Address, Sign และ Update interval อาจต่างกันตาม Data Logger, Firmware และ Integration

ควบคุม Charger แบบไม่ให้แกว่ง

การสั่ง Charger ตามแดดแบบตรง ๆ มักเกิดปัญหาเปิด-ปิดถี่เมื่อเมฆผ่าน ระบบจริงควรมี:

  • reserve margin เพื่อไม่ให้แตะ Grid Import ทุกครั้งที่แดดแกว่ง
  • minimum charging current ตามข้อกำหนดของ Charger/EV
  • moving average หรือ delay ก่อนเพิ่ม/ลดกระแส
  • hysteresis เพื่อป้องกัน oscillation
  • fail-safe เมื่อ Sensor stale, Home Assistant restart หรือ Charger ไม่ตอบสนอง

Charger เป็นอีกระบบหนึ่ง ไม่ใช่ Extension ของ Inverter

ไม่ควรถือว่ารายละเอียด Modbus/OCPP หรือ API ของ Charger ยี่ห้อหนึ่งใช้ได้กับทุกรุ่น ก่อนนำ Control loop ไปใช้จริงต้องตรวจ:

  • Charger model และ firmware
  • interface ที่เปิดจริง เช่น Modbus/OCPP/API
  • สิทธิ์ในการเขียนค่า charging current
  • minimum/maximum current และ phase behavior
  • behavior เมื่อ communication หาย

รายละเอียด Register หรือ OCPP command ที่ผ่านการทดสอบควรอยู่ใน Lab/Project แยก ไม่ควรทำให้บทความ Overview กลายเป็นคู่มือควบคุมที่อาจใช้ผิดรุ่น

จาก Article ไป Project

ถ้าระบบนี้ถูกประกอบและทดสอบจริงทั้ง Inverter, Meter, Home Assistant และ Wall Charger งานนั้นควรยกระดับเป็น Project เช่น:

/projects/energy/solar-surplus-ev-charging/

ส่วน Article หน้านี้ควรเก็บหลักการ Integration, Data quality, Control loop และข้อจำกัดที่ผู้อ่านใช้ประเมินระบบของตัวเองได้โดยไม่ผูกกับ Hardware configuration เดียว