ARTICLE

Solar Rooftop ในไทยปี 2569: ออกแบบ ขอขนานไฟ และขายไฟอย่างไร.

คู่มือ Solar Rooftop ไทยปี 2569 อิง PEA/MEA/พพ. ปัจจุบัน แยก self-use กับโครงการขายไฟภาคประชาชน 5 kW AC, 2.20 บาท/kWh 10 ปี พร้อมขั้นตอน sizing, inverter, grid connection และ economics ที่ไม่รับประกันคืนทุนตายตัว

SolarEnergyโดย Thospaakเผยแพร่ 17 ก.ค. 2568อัปเดต 8 ต.ค. 2569

Solar Rooftop ในประเทศไทยปี 2569 ควรเริ่มจากการแยกโจทย์ให้ชัดว่าเราต้องการ ผลิตใช้เอง, ผลิตใช้เองและขายส่วนเกิน, หรือ มี battery/backup เพราะแต่ละแบบมี equipment, economics และขั้นตอนเชื่อมต่อที่ต่างกัน

บทความเดิมปี 2568 มีรายละเอียดกฎ/ภาษี/ขนาดขายไฟที่เปลี่ยนไปแล้วหลายจุด เวอร์ชันนี้จึงยึดช่องทางทางการที่ตรวจสอบได้ในปี 2569 และไม่ hard-code กติกาที่อาจเปลี่ยนในอนาคตโดยไม่ระบุปี

แหล่งหลัก:

1. Solar Rooftop แบบผลิตใช้เอง

ระบบ grid-connected PV ผลิต DC จากแผง แล้ว inverter แปลงเป็น AC เพื่อจ่ายโหลดภายในอาคาร โดย grid ช่วยจ่ายเมื่อ PV ไม่พอ

หลักเศรษฐศาสตร์สำคัญคือ self-consumption:

PV ที่ใช้เอง = min(PV generation, load ณ เวลานั้น)

ยิ่ง PV ตรงกับโหลดกลางวันมาก พลังงานที่ผลิตได้ก็ยิ่งไปทดแทนไฟที่ต้องซื้อจริงมากขึ้น

PEA ในปี 2569 ก็แนะนำให้เลือกขนาด Solar Rooftop ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมใช้ไฟ ไม่ใช่เลือกจากค่าไฟรายเดือนหรือขนาดยอดนิยมอย่างเดียว

2. Grid-connected ต้องทำเรื่องเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า

ถ้าระบบทำงานขนานกับโครงข่ายของ MEA/PEA ต้องดำเนินการตาม requirement ของการไฟฟ้าในพื้นที่

  • พื้นที่ PEA ใช้ช่องทาง PPIM/ระบบเชื่อมต่อของ PEA
  • พื้นที่ MEA ใช้ My Energy และข้อกำหนดของ MEA

MEA ระบุว่าผู้ใช้ไฟทุกประเภทสามารถติดตั้งเพื่อผลิตใช้เองแบบขนานกับระบบจำหน่ายได้ โดยต้องยื่นขอเชื่อมต่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดปัจจุบัน

อย่าใช้ความเชื่อว่า “ตั้ง Zero Export แล้วไม่ต้องแจ้ง” เป็นหลัก เพราะ zero export เป็น operating function ไม่ได้แทน grid-interconnection approval

อ่านต่อ: Zero Export

3. โครงการ Solar ภาคประชาชน 2569 เปลี่ยนจากข้อมูลเก่า

โครงการใหม่ปี 2569 สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ PEA และ MEA ประกาศมีสาระสำคัญตรงกัน เช่น:

  • ผลิตใช้เองเป็นหลัก แล้วขายไฟส่วนเกิน
  • เสนอขายได้ไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์
  • อัตรารับซื้อ 2.20 บาท/kWh
  • ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี
  • เปิดรับผ่านช่องทางของการไฟฟ้าและมีเงื่อนไขโครงการเฉพาะ

จุดนี้ต่างจากบทความเดิมที่เขียน 5 kW สำหรับ 1 เฟส / 10 kW สำหรับ 3 เฟสแบบเหมารวม

หากกำลังอ่านบทความหลังปี 2569 ให้ตรวจหน้า PEA/MEA ใหม่เสมอ เพราะ quota, period และรายละเอียดโครงการเปลี่ยนได้

4. ขายไฟกับผลิตใช้เองเป็นคนละ optimization

ถ้ามูลค่าไฟที่หลีกเลี่ยงจากการใช้เองสูงกว่าราคารับซื้อไฟส่วนเกิน การออกแบบให้ match daytime load มักมีมูลค่ามากกว่าตั้งใจ oversize เพื่อขาย

แต่ไม่ควรสรุปด้วยราคาค่าไฟคงที่ 4–5 บาทตลอดอายุโครงการ เพราะ tariff และ Ft เปลี่ยนได้

กรอบวิเคราะห์คือ:

annual value = self-consumed kWh × avoided rate + exported kWh × export rate - O&M

แล้วทำ sensitivity ต่อค่าไฟ, yield และ degradation

5. อย่า sizing จาก “บ้านค่าไฟ 3,000 บาท = 5 kW”

ค่าไฟรวมไม่ได้บอก daytime load

ก่อน sizing ควรรู้:

  • kWh รายเดือนอย่างน้อย 12 เดือน
  • load กลางวัน
  • 15/30-minute profile ถ้ามี
  • roof area
  • shading
  • tilt/azimuth
  • inverter export limit
  • future EV/air-conditioning/load growth

ใช้ solar-resource/yield simulation ร่วมกับ load profile แทน fixed formula

ถ้ามีประวัติบิลจริงจาก PEA Smart Plus ให้เริ่มที่ Electricity Bill Analyzer เพื่อดู kWh/day, Day/Night assumption และ Solar scenarios จากหลายบิลก่อน ถ้ามีข้อมูล Smart Meter / CT / Home Assistant แบบ 15/30/60 นาที ให้ขยับไป Load Profile Analyzer เพื่อวัด Day/Night และ Solar overlap จาก interval data จริง หรือใช้ Solar Rooftop Sizing Calculator เมื่อต้องการคำนวณจาก monthly kWh + PSH + Performance Ratio โดยตรง แล้วค่อยกลับมาตรวจหลังคา โหลดกลางวัน และข้อจำกัดของอุปกรณ์จริง

อ่านต่อ:

6. ทิศใต้ไม่ใช่ requirement ของระบบที่ดีทุกหลัง

การ maximize annual irradiation กับการ maximize self-consumption อาจให้ layout ต่างกัน

หลังคาตะวันออก/ตะวันตกสามารถกระจาย generation เช้า–บ่ายให้ตรงกับ load ได้ดีในบางอาคาร

จึงควร simulation หลังคาจริงมากกว่ายึดกฎ “ใต้ 15°” เป็นสูตรเดียวทั้งประเทศไทย

7. Inverter ต้องดู grid requirement ปัจจุบัน

สำหรับ grid-connected system ต้องตรวจ inverter/model และ requirement ของ MEA/PEA ปัจจุบันก่อนซื้อ

สิ่งที่ควรเช็ก:

  • exact model
  • grid certification/list ที่ utility ใช้อยู่
  • phase configuration
  • maximum export/control requirement
  • protection
  • firmware/settings
  • meter/CT architecture ถ้ามี zero export

PEA มีข้อกำหนด grid code และ interconnection ที่อัปเดตตามเวลา จึงไม่ควรยกค่าป้องกันจากบทความเก่ามาเป็น universal setting

8. Battery/Hybrid ไม่ได้แปลว่าไฟดับแล้วทั้งบ้านทำงานอัตโนมัติ

Hybrid system ต้องแยก capability:

  • grid-connected PV
  • battery charging/discharging
  • backup/EPS output
  • transfer/isolation architecture
  • critical load

การมี battery ไม่ได้ทำให้ทุกวงจรเป็น backup และไม่ได้แปลว่าระบบทุกแบบเข้าร่วมโครงการขายไฟได้เหมือน on-grid PV

ตรวจกติกาโครงการและ topology ของ inverter รุ่นจริงก่อนออกแบบ

9. เรื่องอาคาร/กฎหมายท้องถิ่น อย่าใช้ threshold จากบทความเก่าโดยไม่ตรวจ

บทความเดิมมีตัวเลขพื้นที่/น้ำหนักหลังคาทั้ง 160 m² และ 200 m² ในหน้าเดียวกัน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแหล่งเก่าไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นกฎปัจจุบัน

งานจริงควรตรวจ:

  • ข้อกำหนดควบคุมอาคาร/หน่วยงานท้องถิ่นที่ใช้กับไซต์
  • requirement ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง
  • ERC/energy-business notification ถ้าเข้าข่าย
  • MEA/PEA interconnection

และใช้วิศวกรที่มีขอบเขตวิชาชีพเหมาะสมเมื่อแบบ/กฎหมายกำหนด

10. Economics: ไม่มี payback 5–8 ปีที่รับประกันได้ทุกบ้าน

Payback ต่างกันตาม:

  • CAPEX
  • daytime self-consumption
  • solar yield
  • export value
  • tariff/Ft
  • financing
  • O&M
  • inverter replacement assumption
  • module degradation
  • battery replacement ถ้ามี

จึงควรขอ proposal ที่แสดง assumptions และ sensitivity ไม่ใช่แค่เลข “คืนทุน X ปี”

ลอง sensitivity เองได้ที่ Solar Payback Calculator ซึ่งแยก self-consumption, export value, degradation, O&M และ optional incentive ออกจากกัน

Checklist ก่อนติดตั้ง

  1. เก็บบิล/โหลด
  2. สำรวจหลังคา/โครงสร้าง/เงา
  3. simulation PV yield
  4. กำหนด self-use/export/backup objective
  5. เลือก exact module/inverter
  6. ตรวจ utility connection requirement
  7. ออกแบบ protection/earthing/SLD
  8. ตรวจ warranty และ commissioning scope
  9. ยื่นขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อน energize ตาม requirement
  10. เก็บ as-built, setting และ test record หลังติดตั้ง

สรุป

Solar Rooftop ไทยปี 2569 ไม่ใช่แค่ “ติด 5 หรือ 10 kW แล้วคำนวณคืนทุน”

แนวทางที่แข็งแรงกว่าคือ วัดโหลด → จำลอง PV → ตรวจหลังคา/อุปกรณ์ → ทำ grid connection ให้ถูก → คำนวณ self-consumption/export จากกติกาปัจจุบัน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเพิ่ม battery หรือไม่